วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 7 การใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 7 และเทคนิคพื้นฐานที่ควรรู้


บทที่ 7 การใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 7 และเทคนิคพื้นฐานที่ควรรู้


 กกกกกกแกดเจ็ตส์ (Gadgets) คือโปรแกรมเล็กๆ ที่สามารถนำมาวางไว้บนเดสก์ท็อปเพื่อใช้งานตามคุณสมบัติของโปรแกรมแกดเจ็ตส์นั้นๆ




กกกกกกคอนโทรลพาเนล เปรียบเสมือนแผงคบคุมการทำงาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของโปรแกรมสำคัญต่างๆ ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าและเรียกใช้งาน







กกกกกกกการตั้งเวลาปิดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าไปตั้งค่าในคอนโทรลพาเนลในส่วนในส่วนของ Admistrative Tools ➤ Schedule tasks





กกกกกกก การตั้งเวลาให้คอมพิวเตอร์เปิดเครื่องอัตโนมัติ สามารถทำได้ด้วยการตั้งค่าในไบออสที่สำคัญ ตัวโปรแกรมไบออสต้องมีฟังก์ชั่นสนับสนุนงานนี่ด้วย

เข้าไปยัง Control Panel เลือก System and Security > Administrative Tools > Schedule tasks


คลิกที่รายการ  Creat Basic Task ....


 ให้ตั้งชื่อพร้อมระบุรายละเอียดลงไป ตรงหัวข้อ Tigger เลือก Daily กดปุ่ม Next ถึงหัวข้อ Action เลือก Start a program > Next >Finish

กกกกกกกแนวคิดการจัดการไฟล์และโฟลเดอร์
กกกกกกก1.  ควรเก็บไฟล์ข้อมูลต่างๆ แยกออกจากไฟล์โปรแกรม
กกกกกกก2.  ไม่ควรเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโปรแกรมติดตั้ง
กกกกกกก3.  ควรจัดเก็บไฟล์ข้อมูลเพียงชุดเดียว
กกกกกกก4.  จัดระเบียบโฟล์เดอร์ให้ใช้งานง่ายที่สุด
กกกกกกก5.  ให้ตั้งชื่อไฟล์และโฟล์เดอร์ที่สื่อความหมายได้ดี

กกกกกกกWindows Explorer เป็นโปรแกรมที่นำมาใช้จัดการไฟล์และโฟล์เดอร์


กกกกกกกCommand Prompt บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ได้จัดเตรียมให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้งานคำสั่งเพื่อโต้ตอบในแบบระบบปฏิบัติการดอสยุคก่อน ตัวอย่างคำสั่งบน Command Prompt เช่น  dir, cls, date, time, ren, md, cd, rd, และ copy เป็นต้น

กกกกกกกคำสั่งเปลี่ยนทิศทางการรับส่งข้อมูล ประกอบด้วย
กกกกกกก1.  การเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลไปยังเอาต์พุต ใช้สัญลักษณ์ >
กกกกกกก2.  การเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลไปยังเอาต์พุตด้วยการต่อท้ายข้อมูลเดิม ใช้สัญลักษณ์ ≫
กกกกกกก3.  การเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลด้วยการรับข้อมูลจากไฟล์แทน ใช้สัญลักษณ์ <


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7

ตอนที่ 1  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.แกดเจ็ตส์ (Gadgets) คืออะไร นำมาใช้ประโยชน์อย่างไร
ตอบ. แกดเจ็ตส์คือโปรแกรมเล็กๆ ที่สามารถนำมาวางไว้บนเดสก์ท็อปเพื่อใช้งานตามคุณสมบัติของโปรแกรมแกดเจ็ตส์นั้นๆ ผู้ใช้สามารถเลือกแกดเจ็ตส์ใหม่ๆ จากการดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ตมาใช้เพิ่มเติมได้ โปรแกรมแกดเจ็ตส์บางตัวจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่ออ่านค่าล่าสุดมาใช้งาน

2.ในระบบปฏิบัตการวินโดวส์ จะมีส่วนที่เรียกว่า "Control Panel" อยากทราบว่า มีส่วนสำคัญต่อการใช้งานอย่างไร
ตอบ. Control Panel เปรียบเสมือนแผงควบคุมการทำงาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของโปรแกรมต่างๆ ที่สำคัญ ที่ผู้ใช้เองสามารถที่จะเข้าไปตั้งค่าได้

3.จงสรุปวิธีการตั้งค่าคอมพิวเตอร์ให้สามารถเปิด/ปิดโดยอัตในมัติ
ตอบ.สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ดังนี้ คลิกเข้าไปที่ Control Panel > ขณะเปิดเครื่องให้กดปุ่ม Del เพื่อเข้าไปตั้งค่าไบออส เข้าไปยังเมนู Power Management และดูที่หัวข้อ Resume by Alarm ตอนแรกจะถูกปิดใช้งานไว้ ให้คลิกเข้าไปแล้วตั้งค่าใหม่เพื่อเปิด Enable เพื่อเปิดการใช้งาน ที่หัวข้อ Wake up day เป็น Everyday หมายถึงให้เปิดอัตโนมัติทุกวัน จากนั้นตั้งเวบาที่ต้องการ เสร็จแล้วกดปุ่ม F10 เพื่อบันทึก

4.ไบออสคืออะไร มีส่วนสำคัญต่อคอมพิวเตอร์อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. ไบออสเป็นโปรแกรมเฟริ์มแวร์ที่มีความใกล้ชิดกับระบบฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องไบออสมีส่วนสำคัญต่อการบูตเครื่องและการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับอุปกรณ์

5.การถอดถอนโปรแกรมออกไปจากเครื่อง จะกระเมื่อใด และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ. เมื่อโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องไม่ได้ถูกใช้งาน การถอนโปรแกรมออกจากเครื่อง ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้เนื้อที่บนฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้น

6.จงสรุปแนวคิดการจัดการไฟล์และโฟลเดอร์มาให้พอเข้าใจ
ตอบ. 1. ควรเก็บไฟล์ข้อมูลต่างๆ แยกออกจากโปรแกรมไฟล์
          2. ไม่ควรเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโปรแกรมติดตั้ง
          3. ควรจัดเก็บไฟล์ข้อมูลเพียงชุดเดียว
         4. จัดระเบียบโฟลเดอร์ให้ใช้งานง่ายที่สุด
         5. ให้ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ที่สื่อความหมายได้ดี


7.การคัดลอกแบบ Copy  กับ Cut มีความแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ.Copy คือการคัดลอกข้อมูลโดยที่ไฟล์นั้นจะไม่สูญหาย
        Cut คือการคัดลอกไฟล์แบบเคลื่อนย้ายไฟล์ต้นฉบับจะถูกลบออกไป


8.ตามปกติแล้ว ทำไมจึงไม่สามารถเปลี่ยนนามสกุลไฟล์บน Windows Explorer ได้ แล้วถ้าหากจำเป็นต้องทำ จะต้องทำอย่างไร และสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง
ตอบ. ตามปกติแล้วที่ Windows Explorer ได้มีการติดตั้งค่าให้ซ่อนนามสกุลไฟล์เอาไว้โดยผู้ใช้จะเห็นเฉพาะชื่อไฟล์ ส่วนนามสกุลไฟล์จะถูกระบุไว้ที่ชนิดของไฟล์อยู่แล้ว ในการที่เราจะเปลี่ยนนามสกุลไฟล์นั้นอาจส่งผลให้ไฟล์ถูกเปิดอ่านตามปกติไม่ได้ หากต้องการเปลี่ยนคือต้องเข้าไปที่เมนู Organize > Folder and options ที่แท็บ View ให้นำเครื่องหมายถูกตรงหัวข้อ Hide extension for known file type  ออกไปแล้วกดปุ่ม OK จากนั้นให้เปลี่ยนนามสกุลไฟล์ จะมีข้อความขึ้นเตือนให้กด Yes เมื่อดำเนินการเสร็จไฟล์จะยังเปิดอ่านไม่ได้ต้องกลับไปตั้งค่าให้เป็นเหมือนเดิมโดยกำหนดเครื่งหมายถูกตรงหัวข้อดังกล่าว

9.Command Prompt บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์มีไว้เพื่ออะไร จงอธิบาย
ตอบ. Command Prompt ก็คือการใช้คำสั่งต่างๆด้วยการพิมพ์

10.คำสั่งในการเปลี่ยนทิศทางการรับส่งข้อมูลบน Command Prompt มีอะไรบ้าง จงสรุปมาให้พอเข้าใจ
ตอบ. 1. การเปลี่ยนทิศทางเพื่อการแสดงผลไปยังเอ้าต์พุต
         2. การเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลไปยังเอ้าต์พุตด้วยการต่ท้ายข้อมูลเดิม
         3. การเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลด้วยการรับข้อมูลจากไฟล์นั้นแทน
 



ตอนที่ 3 จงใช้คำสั่ง Command Prompt เพื่อดำเนินการกับโจทย์ที่กำหนดมาให้
กำหนดให้ไดเรกทอรีหรือตำแหน่งโฟลเดอร์ปัจจุบันอยู่ที่ "C:\TEST"

1.จงแสดงรายชื่อไฟล์ที่ขึ้ต้นด้วยคำว่า "Project" ดดยตัวถัดไปเป็นตัวอะไรก็ได้ นามสกุลใดก็ได้
 
2.จากข้อที่ 1 หากต้องกการแสดงเฉพาะนามสกุล .docx ต้องใช้คำสั่งใด

 
3. จงสร้างโฟลเดอร์ “Budget” ที่อยู่ภายใต้โฟลเดอร์ C:\TEST ซึ่งประกอบด้วยโฟลเดอร์ย่อยของปีต่างๆ อันได้แก่ “2556” , “2557” และ “2558”


4. ให้คัดลอกไฟล์ทั้งหมดจากไดรฟ์ D:\doc ไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งโฟลเดอร์ “2557”



5. ให้คัดลอกไฟล์เฉพาะนามสกุล .pptx จากไดรฟ์ D:\ ไปเก็บไว้ตำแหน่งโฟลเดอร์ “2558”



6. จงสร้างโฟลเดอร์ย่อยชื่อ “Mana” และ “Meena” บนตำแหน่งโฟลเดอร์ “2556”



7. จงลบไฟล์ทั้งหมดบนโฟลเดอร์ “2557” ที่ขึ้นต้นด้วยตัว “D” ตัวถัดไปคือตัวอะไรก็ได้ และต้องมีนามสกุลไฟล์เป็น “.DOC”



8. จงลบไฟล์ในโฟลเดอร์ “2557” ออกไปทั้งหมด โดยเรียกใช้งานผ่าน Input File (Redirection เครื่องหมาย “<” จากไฟล์ที่ตั้งขึ้นคือ confirm.scr a) ด้วยการลบไฟล์ทั้งหมดด้วย “Y” แบบอัตโนมัติ





อ้างอิง

หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา 2128-2002

ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ ลำดับที่ 116

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 6 การติดตั้งไดร์เวอร์และงานปรับแต่งพื้นฐาน

บทที่ 6 การติดตั้งไดร์เวอร์และงานปรับแต่งพื้นฐาน

ไดร์เวอร์ หมายถึง ตัวซับอุปกรณ์ จัดเป็นโปรแกมชนิดหนึ่ง ซื่งปกติจะแนบมาพร้อมกับอุปกรณ์ภายในกล่องบรรจุภัณฑ เช่น ไดรเวอร์เมนบอร์ด ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ และไดรเวอร์เครื่องสแกนเนอร์ เป็นต้น




หน้าที่หลักของไดรเวอร์  คือช่วยให้ระบบปฏบัติการสามารถเข้าไปติดต่อและจัดการกับอุปกรณ์ I/O
เพื่อควบคุมการทำงานอุปกรณ์เหล่านั้นได้




      
         เมื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 เสร็จแลัว นังถือว่าไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะอาจมีอุปกรณ์บาง
       ตัวที่ระบบปฏิบัติการไม่รู้จัก  ต้องติดตั้งไดรเวอร์อุปกรณ์ฮาร์ดแวรให้ครบ ซึ่งปกติโปรแกรมไดรเวอร์ ทางผู้ผลิตมักบรรจุลงในแผ่นซีดี/ดีวีดีที่แนบมาพร้อมกับชุดบรรจุภัณฑ์


Device Manager    
               ในระบบปฏิบัติการ  Windows เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่ได้เชื่อมต่อเข้ากับหน่วยระบบ โดยรายการฮารืดแวร์ทั้งหมดในเครื่อง สามารถได้รับการปรับตั้งค่าผ่านศูนย์กลางแห่งนี้



ความละเอียดของจอภาพ        ค่าติดตั้งที่เหมาะสมจะต้องสัมพันธ์กับขนาดจอภาพ รวมถึงขีดความ
สามารถของไดรเวอร์




Screen Saver    เป็นการตั้ค่าให้แสดงภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพ  เมื่อไม่มีการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ภายในระยะเวลาที่กำหนด





      





แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6

ตอนที่ 1  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.โปรแกรมไดรเวอร์คืออะไร มีบทบาทสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. โปรแกรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะเป็นตัวขับเคลื่อน หรือ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด การ์ดจอ เม้าส์ เครืองพิมพ์ และชิ้นส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ กับ ระบบปฏิบัติการ (OS) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถ ใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ หากไม่มีไดรเวอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้งานได้ หรืออาจใช้ได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปใหม่


2.มานะบอกกับมีนาว่า ฉันติดตั้ง Windows แล้ว ไม่เห็นต้องติดตั้งไดรเวอร์อะไรให้ยุ่ยากเลยคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามปกติ หากนักเรียนเป็นมีนา จะอธิบายให้มานะให้เข้าใจได้อย่าง
ตอบ.  โปรแกรมไดร์เวอร์จำเป็นที่จะต้องติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอรสามารถที่จะติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้นั่นเอง


3.ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ตรงส่วนใดที่ใช้เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อเข้ากับหน่วยระบบ
ตอบ. Device Manager


4.การปรับตั้งค่า Refresh Rate บนจอภาพ LCD มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ. โดยปกติแล้วหลังจากการติดตั้งไดร์เวอร์จอภาพ ระบบปฏิบัติการจะปรับตั้งค่าความละเอียดของจอภาพภายใต้ขีดความสามารถสูงสุดอยู่แล้ว ดังนั้นการปรับตั้งค่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน



5.การตั้ง Screen Saver บนจอภาพ LCD มีส่วนช่วยถนอมจอภาพโดยตรงหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. มีส่วนช่วยเพราะ การทำเช่นนี้เป็นการตั้งค่าเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดจออัตโนมัติเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้ และการทำเช่นนี้ เป็นการยืดอายุการใช้งานของจอภาพอีกด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจอภาพแบบ LCD มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50000 ชั่วโมง แต่ทางที่ดีแล้ว การตั้งค่านี้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นกัน



อ้างอิง

หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา 2128-2002
ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ ลำดับที่ 116






วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 3 ระบบปฏิบัติการกับการจัดการทรัพยากรระบบ

บทที่ 3 ระบบปฏิบัติการกับการจัดการทรัพยากรระบบ

การจัดการโปรเซส

โปรเซส คือ โปรแกรมที่ถูกประมวลผลโดยซีพียู แต่ในความจริงแล้วกิจกรรมที่ส่งไปให้ซีพียูประมวลผลนั้น ใช่ว่าจะเป็นโปรแกรมเท่านั้น ซึ่งในบางระบบอาจมีการเรียกกิจกรรมที่ซีพียูประมวลผลอยู่นั้นแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น Job,Task หรือ User Program ซึ่งต่างก็มีความหมายเดียวกันกับคำว่าโปรเซส และโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ก็เรียกว่าโปรเซสเช่นกันโดยการทำงานของโปรเซสจะทำงานแบบเป็นลำดับ

 สถานะของโปรเซส

 เมื่อแต่ละโปรเซสกำลังทำงานอยู่นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของโปรเซสในแต่ละช่วงเวลา โดยการทำงานของโปรเซสจะเกิดขึ้นบนสถานะใดสถานะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสถานะของโปรเซสจะประกอบด้วย
1. New
คือสถานะทีี่โปรเซสใหม่กำลังถูกสร้างขึ้น
2. Ready
คือสถานะที่โปรเซสกำลังรอคอย หรือพร้อมที่จะครอบครองหน่วยซีพียูเพื่อทำงาน
3. Running
คือสถานะที่โปรเซสได้ตรอบครองซีพียู หรือโปรเซสที่กำลังทำงานตามคำสั่งของโปรแกรม
4. Waiting
คือสถานะที่โปรเซสกำลังรอคอยเหตุการณ์บางอย่าง เช่น รอให้มีการรับหรือส่งข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน
5. Terminated 
คือสถานะที่โปรเซสได้สิ้นสุดลง

https://sites.google.com/site/rabbpdibatikar2/_/rsrc/1358598415128/kar-peliyn-sthana-khxng-porses/6.png?height=295&width=667


วิธีการจัดตารางการทำงาน

จากสถานะของโปรเซสที่กล่าวมา ทำให้ทราบว่าโปรเซสใดที่จะถูกส่งไปให้ซีพียูทำงานก่อนดังนั้น ระบบปฏิบัติการจึงต้องมีวิธีการตัดสินใจในการส่งโปรเซสเข้าครอบครองซีพียู จึงเกิดการจัดตารางการทำงานของหน่วยซีพียูขึ้น

1. วิธีแบบมาก่อนได้ก่อน

    (First-Come,First-Served Scheduling :FCFS)
เป็นวิธีที่โปรเซสใดที่ร้องขอหน่วยซีพียูก่อน ก็จะได้รับการบริการจากซีพียูตามที่ได้ร้องขอกล่าวคือ เป็นไปตามโปรเซสที่ร้องขอบริการซีพียูตามลำดับคิว วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อน โดยวิธีFCFS นั้นสามารถนำแนวคิดหรือหลักการของคิวมาใช้งานได้ทันที ซึ่งเป็นไปในลักษณะ FIFO (First In,First Out) นั่นเอง

2. วิธีแบบงานใดใช้เวลาสั้นที่สุด จะได้ก่อน

    (Shortest-Job-Fist Scheduling : SJF)
เป็นวิธีที่ไม่ได้คำนึงถึงลำดับในคิวงานว่างานใดมาก่อน แต่จะพิจารณาถึงงานหรือโปรเซสที่ใช้เวลาการประมวลผลน้อยที่สุดก็จะได้บริการหน่วยซีพียูก่อน อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มงานมีเวลาประมวลผลเท่ากัน ก็จะพิจารณาโปรเซสแบบมาก่อนได้ก่อนแทน

3.วิธีตามลำดับความสำคัญ(Priority Scheduling)

เป็นวิธีที่มีการกำหนดความสำคัญของโปรเซสแต่ละดปรเซสไม่เท่ากัน โดยโปรเซสที่จะเข้าครอบครองซีพียูได้ ต้องมีลำดับความสำคัญสูงสุดในกลุ่ม ดังนั้นโปรเซสใดที่มีลำดับความสำคัญที่สูงกว่า ก็จะถูกประมวลผลก่อน ถึงแม้ว่าจะมาทีหลังก็ตาม

4. วิธีแบบหมุนเวียนการทำงาน (Round-Robin Scheduling)

การจัดตารางด้วยวิธีแบบหุนเวียนกันทำงานนี้ ถูกออกแบบมาให้ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลา โดยจะใช้พื้นฐานวิธีอบบมาก่อนได้ก่อน(FCFS) เป็นหลัก แต่โปรเซสจะไม่สามารถครอบครองซีพีูได้เท่ากับเวลาที่ต้องการ ดังนั้น ด้วยวิธีนี้จึงมีการกำหนดให้แต่ละโปรเซสที่เข้าใช้บริการซีพียูถูกจำกัดด้วยเวลาใช้งานเท่าๆกัน ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เรียกว่า เวลาควันตัม (Quantum Time)


วงจรอับ(Deadlock)

ในระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานหลายๆ โปรเซส หรือที่เรียกว่า Multiprogramming หรือ Multiuser นั้น ทีความเป็นไปได้ที่โปรเซสต่างๆ ต้องการครอบครองทรัพยากรเดียวกัน เหตุการณ์ดังกล่าวหากเกิดขึ้น ก็จะเกิดการแก่งแย่งชิงทรัพยากรในระบบขึ้นและหากระบบปฏิบัติการไม่มีกระบวนการใดๆ จัดการกับโปรเซสและทรัพยากรที่ต้องแชร์ใช้งานร่วมกัน ย่อมส่งผลต่อบางโปรเซสที่อาจต้องรอคอยทรัพยากรจากโปรเซสอื่นที่ครอบครองอยู่อย่างชั่วนิรันดร์ จึงเป็นที่มาของวงจรอับนั่นเอง
http://bc.feu.ac.th/pichate/os_c7/chapte3.gif

การจัดการหน่วยความจำ

การจัดการหน่วยความจำจัดเป็นสิ่งที่ยากต่อการออกแบบระบบปฏิบัติการทีเดียว เนื่องจากการจัดการหน่วยความจำหลักในแต่ละวิธี ล้วนแต่มีข้อจำกัดเหมือนกันก็คือ โปรแกรมทั้งหมดของโปรเซสหนึ่งๆ จะต้องถูกโหลดเข้าไปอยู่ในหน่วนความจำหลักก่อนที่โปรเซสนั้นจะเริ่มทำงานหรือประมวลผล นั่นหมายความว่าขนาดของโปรเซสที่โหลดเข้าไปในหน่วยความจำหลักนั้น จะต้องไม่โตกว่าขนาดของหน่วยความจำหลักที่มีอยู่

การจัดสรรหน่วยความจำ (Memory Allocation)

 ตามที่ได้กล่าวมาแล้วก็คือ ข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ ล้วนต้องถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำหลัก หรือกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า โปรแกรมจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ โปรแกรมนั้นได้ถูกโหลดไว้ในหน่วยความจำแล้วเท่านั้น และการที่โปรแกรมสามารถเข้าไปใช้หน่วยความจำของระบบได้ เพราะระบบปฏิบัติการเป็นผู้จัดสรรให้นั่นเอง
  การจัดสรรหน่วยความจำ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ การจัดสรรหน่วยความจำแบบต่อเนื่อง และจัดสรรหน่วยความจำแบบไม่ต่อเนื่อง

1. การจัดหน่วยความจำแบบต่อเนื่อง (Continuous Memory Allocation)

              คอมพิวเตอร์ในยุคก่อนๆ นั้นจะมีการครอบครองหน่วยความจำให้โปรแกรมต่างๆ ในลักษณะต่อเนื่องทั้งสิ้น กล่าวคือโปรแกรมหนึ่งๆ จะถูโหลดลงในหน่วยความจำได้ก็ต่อเมื่อมีหน่วยความจำขนาดใหญ่พร้อมที่จะวางโปรแกรมนั้นลงไปทั้งหมดได้ การจัดการในลักษณะนี้หากมีหน่วยความจำที่ต่อเนื่องกันมีขนาดไม่เพียงพอสำหรับโปรแกรมทั้งโปรแกรมที่จะลงไปได้โปรแกรมนั้นก็จะทำงานไม่ได้ต้องรอจนกว่าจะมีหน่วยความจำเหลือพอที่วางโปรแกรมทั้งโปรแกรมนั้นลงไปได้

2. การจัดสรรหน่วยความจำแบบไม่ต่อเนื่อง ( Non-Continuous Allocation )

              การจัดสรรหน่วยความจำลักษณะนี้มักใช้ในระบบปฏิบัติการในปัจจุบัน กล่าวคือการครอบครองหน่วยความจำนี้ โปรแกรมจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ หลายๆ ส่วนด้วยกันเมื่อจะทำการรันโปรแกรม  ก็จะโหลดโปรแกรมลงในหน่วยความจำส่วนไหนก็ได้ที่มีที่ว่างพอและที่สำคัญในแต่ละส่วนที่โหลดลงไปในความจำนั้น  ไม่จำเป็นต้องเรียงต่อกันอย่างแบบแรก  ดังนั้นการจัดสรรหน่วยความจำในลักษณะนี้จะสามารถใช้งานหน่วยความจำได้เต็มที่กว่าแบบแรก  โดยไม่ต้องรอว่าจะต้องมีหน่วยความจำที่ติดต่อกันทั้งหมดมีขนาดใหญ่เพียงพอกับโปรแกรมทั้งหมดหรือไม่  แต่การจัดสรรหน่วยความจำแบบนี้  ตัวระบบปฎิบัติการก็จะต้องมีกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้น

ระบบโปรแกรมเดี่ยว (Single Program/Monoprogramming)

ในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลในรูปแบบโปรแกรมเดี่ยว หมายความว่าสามารถรันโปรแกรมของผู้ใช้ได้เพียงครั้งละหนึ่งโปรแกรมเท่านั้น ซึ่งหลักการทำงานของระบบโปรแกรมเดี่ยวมีข้อดีตรงที่การจัดการหน่วยความจำเป็นไปค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ข้อจำกัดก็คือไม่สามารถรันโปรแกรมได้หลายๆ โปรแกรม ตัวอย่างระบบปฏิบัติการแบบ)รแกรมเดี่ยวคือ ระบบปฏิบัติการ DOS


ระบบหลายโปรแกรม (Multiprogramming)

หลักการของระบบหลายโปรแกรมมีอยู่ว่า การทำงานของโปรแกรมในคอมพิวเตอร์นั้นส่วนใหญ่สูญเสียไปกับการจัดการกับอุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุต ซึ่งอุปกกรณ์ดังกล่าว มีการเข้าถึงและการทำงานช้ามากเมื่อเทียบกับซีพียู และในขณะที่ได้มีการจัดการกับอุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุตนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียู

หน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory)

จากหลักการรันโปรแกรมโดยทั่วไปที่ได้กล่าวมาข้างต้น โปรแกรมที่รันจะต้องถูกโหลดเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจำทั้งหมด กล่าวคือโปรแกรมหรือโปรเซสทั้งตัวจะต้องอยู่ในหน่วยความจำหลักก่อน จึงสามารถเริ่มทำการประมวลผลได้ซึ่งแลดูแล้วเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หากพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่า หากโปรแกรมมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ในหน่วยความจำหลัก ก็ไม่สามารถประมวลผลได้หรือ และหากเป็นเช่นนี้จริง ก็คงเป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่น้อยเลยทีเดียว
http://bc.feu.ac.th/pichate/os_c9/Image43.gif

การจัดการแฟ้มข้อมูล

ในระบบปฏิบัติการจะมีวิธีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของไฟล์หรือแฟ้มข้อมูล โดยที่ไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลนั้น อาจบรรจุไปด้วยข้อมูล หรือโปรแกรมใดๆ ก็ได้ที่ผู้ใช้ต้องการรวบรวมไว้รวมเป็นชุดเดียวกัน ที่สำคัญ การอ้างอิงไฟล์ หรือข้อมูลต่างๆ ภายในโปรแกรม จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับแอดเดรสของโปรแกรมใดๆ เลยทั้งสิ้น แต่ระบบปฏิบัติการจะเตรียม System Call หรือตัวเลือกระบบเพื่อให้โปรแกรมเรียกใช้ เพื่อจัดการกับงานที่เเเกี่ยวข้องกับไฟล์ได้  ว่าจะเป็นการสร้างไฟล์ การลบฟล์ การปรับปรุงหรือบันทึกไฟล์ เป็นต้น
 สำหรับการจัดเก็บไฟล์ข้อมูล จะมีหลักการอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ การบันทึกข้อมูลในไฟล์แบบเรียงติดกัน และกาารแบ่งไฟล์เป็นบล็อก
http://th.jobsdb.com/th-th/wp-content/uploads/sites/-folder.jpg

 อ้างอิง
http://bc.feu.ac.th/pichate/os_c9/chapter9.htm
https://th.jobsdb.com/th-th/articles
http://490702464037.exteen.com/20080818/6-deadlock
https://sites.google.com/site/rabbpdibatikar2/kar-peliyn-sthana-khxng-porses

บทที่ 4 ประเภทของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ


บทที่ 4 ประเภทของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ

ความแตกต่างของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการชนิดต่างๆ ถูกออกแบบและสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความต้องการที่แตกต่างกัน อันได้แก่
1. อินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการ
2. ประเภทของระบบปฏิบัติการ
3. ชนิดของซีพียูที่สนับสนุน

 

   




http://comerror.com/news_image/15_27072013031625_1.jpg

อินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการ

อินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการสามารถถูกออกแบบให้อยู่ในรูปของการโต้ตอบด้วยคำสั่ง หรือแบบกราฟิกก็ได้โดยที่

https://tantanlowbatt.files.wordpress.com/2015/01/002.jpg?w=620

อินเตอร์เฟซแบบคำสั่ง (Command Line)

เป็นอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ต้องมีความรู้ในการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ผ่านคำสั่งต่างๆ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงต้องรู้ว่า ต้องป้อนคำสั่งอะไรลงไปเพื่อโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์หรือสั่งงานให้เครื่องทำ  ตัวอย่างเช่น ในระบบปฏิบัติการ DOS หากต้องการสร้างไดเรกทอรี (โฟลเดอร์) จะต้องใช้คำสั่ง md หรือหากต้องการคัดลอกไฟล์ก็จะต้องใช้คำสั่ง copy ซึ่งนอกจากต้องรู้คำสั่งแล้ว ยังต้องเขียนรูปแบบคำสั่งให้ถูกต้องด้วย
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/29/Linux_command-line._Bash._GNOME_Terminal._screenshot.png

อินเตอร์เฟซแบบกราฟิก (Graphics User Interface : GUI)

ระบบปฏิบัติการยุคใหม่ อินเตอร์เฟซเพื่อการโต้ตอบมักถูกออกแบบเป็น GUI ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังดึงดูดความสนใจแก่ผู้ใช้และยังช่วยให้การโต้ตอบระหว่างกันสะดวกยิ่งขึ้น
http://www.ictlounge.com/Images/gui_large.jpg

ประเภทของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการ ยังถูกจัดแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiDL41KxG3NXlHGcpAfi2NwaFATJ3R9qk4bgdyjoF7_pKZmB1rEa8GfvBv0-rNFurKuRTzn9zAa9VAIqLGXChxX13yXT3GTIZ-K6abqMtrpyto8qoAJVYXmlgfKN6zgDX1Mpb3aj_swXxs/s1600/windows-logo.jpg

ระบบปฏิบัติการส่วนบุคคล (Personal Operating Systems)

เป็นระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้งานส่วนบุคคลเป็นหลัก ในลักษณะของผู้ใช้คนเดียว (Stand-Alone) ตัวอย่างเช่น ระบบปฏิบัติการ Windows
http://hautesecure.com/wp-content/uploads/2011/12/OS_thumb.jpg

ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operating Systems)

เป็นระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนระบบเครือข่ายเป็นหลัก สามารถรองรับการเชื่อมต่อขากเครื่องลูกข่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน  โดยมีศูนย์บริการที่เรียกว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เป็นเครื่องแม่ข่ายหรือมักเรียกกันว่าโฮสต์
https://sites.google.com/site/sornsindompraiwan/_/rsrc/1468848691728/ip-adress/kar-confix-ip-address/network-operating-system/790aa-nos.jpg


ชนิดของซีพียูที่สนับสนุน

โดยทั่วไปแล้ว ระบบปฏิบัติการมักถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนซีพียูประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ใช้งานกับซีพียูของเครื่องพีซีทั่วไป เครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่
http://www.oopsmobile.net/wp-content/uploads/2015/07/sofia1-300x251.jpg

ระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเซิร์ฟเวอร์

ในหัวข้อนี้ จะขอกล่าวถึงระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้งานบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อันได้แก่ ระบบปฏิบัติการ DOS, Windows, Windows  Server, Mac-OS, Unix และ Linux
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgSEILEyDL-eoYroinxALs8SMLHIHPp7ju9TQPF9NuMHKk1OPhy_ns3tCOM_0tFLHrkuClJkjx_x2bYQ9_bQ5OK5W0_uE-fLKubDDVefYDhXra64j6ER-HJOi01rejOz4k72vxBUW7qwmk/s1600/windows-logo.jpg

   ดอส (Disk Operating System : DOS)

ระบบปฏิบัติการ DOS จัดเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงปี พ.ศ. 2523  ถึง พ.ศ. 2533 ถูกออกแบบใช้งานบนซีพีในยุคเริ่มต้น เป็นระบบปฏิบัติการที่ประมวลผลแบบงานเดียว (Single Tasking) โดยมีอินเตอร์เฟซเป็นแบบคำสั่งหรือที่เรียกว่า Command Prompt อย่างไรก็ตาม ในระบบปฏิบัติการ Windows ก็ยังผนวกการโต้ตอบแบบคำสั่งเอาไว้สำหรับผู้ที่ยังคงชื่นชอบรูปแบบการโต้ตอบชนิดนี้
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/94/FreeDOS_Beta_9_pre-release5_(command_line_interface)_on_Bochs_sshot20040912.png/440px-FreeDOS_Beta_9_pre-release5_(command_line_interface)_on_Bochs_sshot20040912.png

วินโดวส์ (Windows)

ระบบปฏิบัติการ Windows จากค่ายไมโครซอฟต์ เป็นระบบปฏิบัติการที่มีวิวัฒนาการมายาวนานหลายปีทีเดียว ในปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดมากกกว่า 90%  มีหลากหลายเวอร์ชั่น หลากหลายระดับให้เลือกใช้  ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการส่วนบุคคล ระบบปฏิบัติการเครือข่าย  และระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายละเอียดต่อไปนี้ จะสรุปประวัติโดยย่อของระบบปฏิบัติการ Windows ในเวอร์ชั่นต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
https://mlxprodcontent.blob.core.windows.net/014665-1000/en-us/thumbnail.png?v=20160821202632

Windows 1.0 ถึง Windows XP

บริษัทไมโครซอฟต์ได้สร้างระบบปฏิบัติการวินโดวส์ตัวแรกคือ Windows 1.0 เมื่อปี พ.ศ. 2528 เพื่อทดแทนระบบปฏิบัติการ DOS จนในที่สุดก็ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 3.11 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จจากผู้ใช้เป็นจำนวนมากที่มีอยู่ทั่วโลก
และในปี พ.ศ. 2544 นี้เอง ถือเป็นจุดเปลี่ยนอันสำคัญทีเดียวโดยทางไมโครซอฟต์ได้ปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows XP ซึ่งสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก และยังได้รับความนิยมตอบรับการใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีผู้ใช้บางกลุ่ม ยังคงใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ แม้ว่าทางไมโครซอฟต์ได้ประกาศหยุดให้การสนับสนุนทางเทคนิคให้กับ Windows XP แล้วก็ตาม
http://i1-news.softpedia-static.com/images/news2/Microsoft-The-Future-of-Windows-XP-SP3-2.png


Windows Vista

ในช่วงปี พ.ศ. 2550 ไมโครซอฟต์ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows Vista เพื่อทดแทน Windows XP ที่มีการใช้งานมายาวนาน โดยมีจุดเด่นตรงที่ เป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนระบบ 64 บิต พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพในส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง แต่ระบบปฏิบัติการ Windows Vista มีกระแสตอบรับไม่ดีเลย ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้ทรัพยากรระบบสูงและการทำงานค่อนข้างช้า
http://www.techxcite.com/topics/15782/filemanager/windows-vista-help2.jpg


  Windows 7

  อีก 2 ปีถัดมา ทางไมโครซอฟต์ก็ได้ซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows 7  และได้เปิดตัวใช้งานเมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 โดยทางทีมงานได้ประกาศว่า ระบบปฏิบัติการ Windows 7 จะเป็นระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นการเรียกคืนความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง
https://redmondmag.com/articles/list/~/media/ECG/redmondmag/Images/introimages2014/140812REDMackieWin7.jpg

Windows 8

ปี พ.ศ. 2555 ทางไมโครซอฟต์ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows 8  โดยมีการปรับปรุงรูปโฉมของวินโดวส์ใหม่ทั้งหมด ด้วยอินเตอร์เฟซใหม่ที่ทางไมโครซอฟต์ใช้ชื่อว่า “Metro Interface” ซึ่งคล้ายกันกับ Windows Phone ที่ใช้งานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และยังรองรับจอภาพแบบสัมผัส (Touch Screen)  เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
https://fthmb.tqn.com/vYm-bIUsfo6TF3PsLdU6yLqwQ2E=/768x0/filters:no_upscale()/about/windows-8-57c731a73df78c71b60e50a1.jpg

Windows Server

เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operating System : NOS) จากค่ายไมโครซอฟต์ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะมักใช้งานตามองค์กรทั่วไป สำหรับข้อเด่นของระบบปฏิบัติการเครือข่ายจากค่ายไมโครซอฟต์ก็คือ มีโปรแกรมสนับสนุนมากมาย อีกทั้งการเชื่อมโยงเครื่องลูกข่ายเข้ากับเครื่องเซิร์ฟเวอร์นั้นจะง่ายมากหากเครื่องลูกข่ายใช้ระบบปฏิบัติการจากค่ายไมโครซอฟต์เหมือนกัน
http://www.wegotserved.com/wp-content/uploads/2016/09/windows-server.jpg

แมคโอเอส (Mac-OS) 

ระบบปฏิบัติการ Mac เป็นผลิตภัณฑ์จากค่ายแอปเปิลที่ออกแบบมาใช้งานบนเครื่องแมคโดยเฉพาะ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ โดยอินเตอร์เฟซแบบกราฟิก (GUI) ในรูปแบบหน้าต่างซ้อนๆกัน
http://3.bp.blogspot.com/-AS547m2Na8g/Ua1tI0MDrjI//HgDyLfjIyI0/s1600/mac_osx8.jpeg

ยูนิกซ์ (Unix)

ระบบปฏิบัติการ Unix ได้รับการพัฒนาขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2503 ถูกออกแบบเพื่อใช้งานบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ระดับกลาง เป็นระบบปฏิบัติการประมวลผลแบบมัลติยูสเซอร์และมัลติทาสกิ้ง นอกจากนี้ ระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ระดับไมโครคอมพิวเตอร์จนถึงเมนเฟรม สามารถรันอยู่ภายใต้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ได้ทั้งสิ้น
https://sites.google.com/site/jukkridrenji12/_/rsrc/1447310257905/rabb-ptibati-kar-unix/unix-logo.gif

ลินุกซ์ (Linux)

ลินุกซ์จัดเป็นระบบปฏิบัติการสายพันธุ์หนึ่งของ Unix และยังเป็นระบบเปิด ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนานำไปปรับปรุงเพื่อแบ่งปันใช้งานบนอินเทอร์เน็ต แม้ว่า Linux ฉบับดั้งเดิมนั้นจะมีอินเตอร์เฟซแบบ Command Line ก็ตาม แต่เวอร์ชั่นใหม่ๆ ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนอินเตอร์เฟซมาเป็นแบบ GUI  และสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานฟรีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับลินุกซ์ประเทศไทย
http://www.nengnengneng.net/wp-content/uploads/2012/09/526.jpg

ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่

ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานบนเครื่องพีซี โน้ตบุ๊ก และเน็ตบุ๊ก ส่วนใหญ่จะใช้ระบบปฏิบัติการตัวเดียวกัน แต่สำหรับอุปกรณ์อย่างโทรศัพท์เคลื่อนที่  แท็บเล็ต และอุปกรณ์พกพาต่างๆ จะใช้ระบบปฏิบัติการคนละตัวกัน ที่เรียกว่า ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Operating System) ในขณะเดียวกัน ก็มีระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อนำมาใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยเฉพาะ เช่น Windows Phone, Android, Apple IOS, BlackBerry, HP webOS, Symbian เป็นต้น
http://www.technointrend.com/wp-content/uploads/2013/05/3mobile_os.jpg


อ้างอิง
http://www.nengnengneng.net/archives/3772
http://www.smilebkos.com
http://www.technointrend.com
http://melanies-miene.blogspot.com/
http://www.wegotserved.com/
http://www.pcadvisor.co.uk/how-to/windows

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 5 การติดตั้งระบบปฏิบัติการ

สรุปบทที่ 5

สิทธิ์ความเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์  ในมุมมองทางตลาด ถูกจัดแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

  1. ซอฟต์แวร์เพื่่อการพาณิชย์
  2. แชร์แวร์ (Shareware)
  3. ฟรีแวร์(Freeware)
      4.ซอฟต์แวร์สาธารณะ

ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานปิด คือซอฟต์แวร์ที่มีกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ไม่มีการเปิดเผยชุดคำสั่ง โดยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว แล้วได้รับใบอนุญาตภายใต้สิทธิตามกฏหมาย




ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานเปิด  คือซอฟต์แวร์แบบ Open Source  ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดการอาศัยความร่วมมือจากโปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโปร โดยมีความตั้งใจที่จะเปิดเผยชุดคำสั่งสู่สาธารณะ  เพื่อให้เหล่านักสร้างซอฟต์แวร์เหล่านี้ขึ้นมา
           การปิดระบบใน Windows 7 สามารถเลือกดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  • Shuttdown เป็นการปิดเครื่อง

  • Switch user เป็นการล็อกออนเข้าบัญชีผู้อื่น โดยงานของบัญชีผู้ใช้คนเดิมยังคงอยู่

  • Log off เป็นการปิดการทำวานของบัญชีผู้ใช้ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน เพื่ล็อกออนเข้าบัญชีผู้ใช้รายอื่นๆ

  • Lock  เป็นการหยุดพักการทำงานแบบชั่วคราว




  • Restart เป็นการปิดระบบ แลัวบูตเครื่องรอบใหม่

  • Sleep  เป็นการหยุดพักระบบหรือให้ระบบหลับชั่วคราว สามารถกลับมาใช้งานดเมื่อมีการขยับเมาส์หรือกดปุ่มคีย์ใดๆ บนคีย์บอร์ด

  • Hibernate เป็นการหยุดพักการทำงานชั่วคราว ด้วยการจัดเก็บานที่ค้างคาอยู่ ณ ขณะนั้นไว้ในฮาร์ดดิสก์ และเครื่องก็จะถูกปิดไป ครั้นเมื่อมีการเปิดเครื่อง ระบบก็จะโหลดโปรแกรมที่ค้างคาอยู่ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ใช้งานต่อ
ระบบปฏิบัติการ Windows 8 สามารถเลือกใช้งานใน 2 มุมมองด้วยกัน คือแบบเดสก์ท็อปกับแบบเมโทรอินเตอร์เฟชที่สนับสนุนจอภาพแบบสัมผัส
แบบเดสก์ท็อป


 แบบเมโทรอินเตอร์เฟช



               

อ้างอิง

หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา 2128-2002
ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ ลำดับที่ 116